บทที่ 4 ลูกหมี

หลายเดือนต่อมา

“ในฐานะที่กูคิดว่าสนิทกับมึงที่สุด กูถามจริงเหอะว่าระยะหลัง ๆ มานี้ มึงเป็นไรไปวะ ทำหน้าเหมือนอยากตายทุกวัน ชวนแดกเหล้าก็ไม่แดก ชวนเล่นเกมมึงก็เล่นกาก เลิกมีแฟน เลิกมีคู่นอน พอถามเหี้ยอะไรก็ไม่ค่อยตอบ เอาแต่ซึมอย่างเดียว สภาพมึงอย่างกับคนอกหักเลยมึงรู้ตัวป่ะ”

วฤษฎิ์นั่งจับเข่าคุยกับเพื่อนเขาอย่างจริงจัง หลายเดือนมานี้เขากับเพื่อนคนอื่น ๆ คอยถามอยู่ตลอดว่าศิลาดลเป็นอะไรไป ทำไมถึงดูไม่มีความสุข แต่ชายหนุ่มก็ตอบไปตามความจริงว่าเขาไม่รู้และไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร

“ก็บอกแล้วว่ากูไม่รู้ กูไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรทำไมกูคิดถึงแต่ยัยนั่นทุกวันจนชีวิตกูเป็นแบบนี้”

และในที่สุดเขาก็หลุดปากพูดถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาเศร้าซึมขึ้นมา

“ยัยนั่น อย่าบอกนะว่าเป็นน้องไข่หวาน”

“เออ!”

เขาตอบเสียงดังฟังชัด

“แน่ ๆ กูว่ามึงรักเขา”

“รักเหี้ยอะไร มึงตลกแล้ว”

เขาปฏิเสธทันควัน

“ถ้าไม่รักแล้วมึงจะคิดถึงเขาจนตรอมใจขนาดนี้เหรอ หรือว่าระหว่างมึงกับเขานอกจากจบไม่ดีมันยังมีอะไรติดค้างกันอีก แบบเรื่องที่ทำให้มึงรู้สึกผิดงี้”

ใบหน้าหล่อเหลาถึงกับเศร้าหมองลงเมื่อได้ยินแบบนี้

“ยัยนั่นท้องลูกของกู”

“ห๊ะ! ถามจริง!”

วฏษฎิ์ตกใจมากจนหน้าตื่น

“กูพูดจริง ก็ตอนเจอกันครั้งสุดท้ายกูให้เงินยัยนั่นไปทำแท้ง แต่เหมือนจะไม่ได้ทำเพราะเห็นว่าลาออกกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ก็ชัดเจนว่ายอมหยุดทำตามความฝันเพื่อเลี้ยงลูก”

“ไอ้ควาย! มึงย่ำยีความรู้สึก เอาความรักมาเป็นตัวล่อเพื่อหลอกฟันแล้วทิ้ง นี่ยังจะไล่เขาไปทำแท้งอีก มึงยังจะมีหน้ามาบอกว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้เพราะคิดถึงเขา และทำไมตอนทำมึงไม่คิด!”

วฤษฎิ์ไม่เคยมีประสบการณ์แบบเพื่อน ถ้าหากมันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเขาก็คงมืดแปดด้าน แต่ความรู้สึกของเขาหลังจากได้ฟังเรื่องนี้ อย่างแรกเลยคือโกรธมาก

“และมึงจะให้กูทำยังไงอ่ะ มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยจริงใจกับใครอยู่แล้ว มึงคิดว่าคนเหี้ย ๆ อย่างกูเหมาะจะเป็นพ่อใครได้เหรอ แค่เป็นแฟนที่ดีกูยังทำไม่ได้เลย แล้วคิดว่าพ่อแม่กูจะรับได้มั้ย สิ่งที่กูคิดได้ในตอนนั้นแม่งก็มีแต่ทางออกที่ง่ายที่สุด”

วฤษฎิ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อได้รับฟังเหตุผลของเพื่อนที่บอกเล่าทุกอย่างด้วยสีหน้าหนักใจ

“แล้วมึงอยากเจอเขามั้ย อยากขอโทษ อยากเห็นว่าเขามีความเป็นอยู่ยังไงหรือเปล่า”

คนฟังถึงกับชะงักเมื่อได้ยินแบบนั้น พลันในหัวก็คิดว่าถ้าได้เจอ ได้ขอโทษ มันจะทำให้เขาสบายใจขึ้นไหม

“กูรู้แค่ว่าเขาอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์แต่ไม่รู้ว่าอยู่อำเภอหรือตำบลไหน จะเข้าไปส่องเขาก็บล็อก Facebook กูแล้ว”

พอได้ยินเพื่อนพูดแบบนี้วฤษฎิ์ก็ลองขอชื่อ Facebook ของวิสุดาแล้วเข้าไปส่องในหน้าโปรไฟล์

“เขายังไม่บล็อกกูว่ะ”

ศิลาดลรีบปรี่เข้าไปนั่งใกล้ ๆ เพื่อนทันทีเพื่อจะส่องความเป็นไปของผู้หญิงที่เขาไม่ได้เจอมาหลายเดือน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้อัพเดทอะไรมา 8 เดือนแล้ว แถมโพสต์สุดท้ายยังเป็นโพสต์เศร้า ๆ ที่เจ้าตัวน่าจะโพสต์หลังเลิกกับเขา

‘เป็นรักครั้งแรก และก็คงเป็นรักครั้งเดียวที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต’

นี่คือข้อความที่เธอโพสต์

“ไอ้ควาย! มึงมันเลว!”

วฤษฎิ์ด่าเพื่อนทันทีที่ได้เห็นโพสต์ตัดพ้อของวิสุดา ศิลาดลได้แต่ก้มหน้ารับความจริงโดยไม่มีอะไรจะเถียง ถึงวฤษฎิ์จะไม่ใช่คนดี 100% แต่ก็ไม่เคยเห็นความรู้สึกของใครเป็นของเล่นแบบที่ศิลาดลทำ

แม้จะไม่ชอบนิสัยส่วนนี้ของเพื่อนมาก ๆ แต่ที่คบกันได้นานก็คงเป็นเพราะความผูกพัน ทั้งสองรู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนประถม

“นี่ไง เจอแล้วที่อยู่ของเธอ”

หลังจากใช้เวลาสืบหาที่อยู่ผ่านโปรไฟล์ของวิสุดามาหลายนาที ในที่สุดทั้งสองก็เจอโพสต์ที่เธอลงรูปคู่กับยายและระบุตำแหน่งที่อยู่ของตัวเอง สองเพื่อนรักดีใจจนหันมายิ้มให้กันโดยไม่รู้ตัว

“อีก 7 วัน ก็ถึงวันหยุดส่งท้ายปีและวันปีใหม่ มึงใช้โอกาสนี้นี่แหละไปหาเขา ไปปลดล็อกความรู้สึกตัวเอง ถ้าอยากแสดงความรับผิดชอบหน่อยก็แบ่งเงินเดือนละครึ่งแสนที่พ่อแม่มึงให้ โอนเข้าบัญชีช่วยออกค่านม ค่าผ้าอ้อมให้ลูก”

หัวใจที่แห้งเหี่ยวของศิลาดลรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเมื่อเพื่อนรักชี้นำแนวทางแก้ปัญหาให้เสร็จสรรพ

“ขอบคุณมึงมากมากนะ ที่ผ่านมากูไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ กูมารู้ว่ามันคือความรู้สึกติดค้างและรู้สึกผิดก็เพราะได้เปิดอกคุยกับมึงเลย”

“ไม่เป็นไร ก็มึงใช้ชีวิตแบบคนเหี้ยมาตลอด เกิดในบ้านที่โดนพ่อแม่สปอยล์ พอออกนอกบ้านก็โดนสาว ๆ ห้อมล้อม มีคนอยากคบเป็นเพื่อนเยอะเพราะมึงรวย ก็ไม่แปลกที่มึงจะไม่เข้าใจตัวเอง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มึงทำร้ายใครสักคนแล้วมึงรู้สึกผิดจากใจจริงๆ กูพูดถูกใช่ป่ะ”

คนฟังยิ้มขึ้นอีกครั้ง สมกับที่คบกับมานานวฤษฎิ์อ่านความคิดของเขาออกหมดเปลือก เห็นทีจะมีแต่ตัวเขาที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเพชรบูรณ์

“อุแว้! อุแว้!”

เสียงร้องไห้งอแงของทารกน้อยที่หิวนมดังขึ้น คุณพยาบาลจึงช่วยโอบอุ้มร่างเล็ก ๆ ประคองให้แกมาอยู่ในอ้อมอกของมารดา และเริ่มดูดนมแม่เป็นครั้งแรก

วิสุดาได้แต่มองดูทารกน้อยตัวแดง หน้าตาน่ารักเหมือนตุ๊กตาหมีที่กำลังดูดนมจากทรวงอกของเธออยู่

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเธอยังจำได้ว่ารู้สึกเจ็บมากตอนที่กำลังคลอดแกออกมา ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บแผลคลอดอยู่ เพิ่มเติมคือคัดเต้านมด้วย แต่ไม่รู้ทำไมพอได้เห็นหน้าเด็กคนนี้ ได้สัมผัสเขา ความเจ็บปวดพวกนี้ก็ไม่มีผลต่อความรู้สึกของเธอเลย

หลายเดือนมานี้เธอขยันทำมาหากิน เพื่อเก็บเงินไว้สำหรับใช้จ่ายหลังคลอด ซึ่งเป้าหมายที่วางไว้ก็สำเร็จ เธอมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าทำคลอดและพักฟื้นให้กับโรงพยาบาล และมากพอที่จะใช้จ่ายระหว่างปิดร้านข้าวแกง เพื่อพักฟื้นจนกว่าแผลคลอดจะหายดี จากนั้นเธอก็จะกลับมาทำมาหากินอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง และเลี้ยงลูกไปด้วย

“ทวดมาแล้ว! ไหนดูสิว่าหลานสาวของทวดน่าเกลียดน่าชังขนาดไหน”

นวลผ่องเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นของเหล่าแม่ ๆ หลังคลอดอย่างร่าเริง นางร้อนใจตั้งแต่เมื่อคืนเมื่อได้รับโทรศัพท์จากหลานสาวว่าเธอเจ็บท้องคลอด โชคดีที่ในตัวเมืองมีรถแท็กซี่ขับไปมาตลอดในตอนนั้น พอเริ่มรู้สึกปวดท้อง วิสุดาจึงอดทนเดินทุรนทุรายออกมาจากบ้านและเรียกรถไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง

เนื่องจากระยะทางจากบ้านจนมาถึงร้านข้าวแกงขอวิสุดาที่อยู่ในตัวเมืองนั้นต้องใช้เวลานั่งรถประมาณ 20 นาที แล้วรถประจำทางของหมู่บ้านก็ไม่มี ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะมีรถส่วนตัวกันหมด ดังนั้นตลอดหลายเดือนมานี้สองย่าหลานเลยแยกกันอยู่

แน่นอนว่านวลผ่องนั้นรักหลานมาก แต่เพราะนางมีความยึดติดกับบ้านหลังเล็กที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองกับสามีที่ตายไปแล้ว จึงไม่คิดจะย้ายออกมาอยู่ตามหลาน จะเข้าเมืองมาหาหลานก็ในเฉพาะวันหยุดที่ขอติดรถเพื่อนบ้านมาเท่านั้น

ตลอดหลายเดือนมานี้จึงพูดได้เลยว่าวิสุดายืนด้วยลำแข้งตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งย่าของเธอก็ต้องการให้เป็นแบบนั้นอยูแล้ว

“ย่าทำแกงเลียงกับผัดขิงมาให้ หลังให้นมเหลนเสร็จแล้วหนูต้องกินให้หมดเลยนะ มันมีประโยชน์กับแม่ลูกอ่อนหลังคลอดมาก ถึงย่าจะไม่เคยมีลูกแต่ที่รู้ก็เพราะเห็นคนมีลูกเขากินกัน”

“ขอบคุณนะย่า หน้าตาน่ากินมากเลย”

แม่ลูกอ่อนได้แต่มองอาหารสองอย่างนี้ด้วยท่าทางดีใจ แต่ในขณะที่พูดคุยกับย่าที่เป็นญาติคนเดียว เธอก็สังเกตได้ว่าคุณแม่เตียงอื่นนั้นล้วนมีสามีช่วยดูแล และขอลองอุ้มลูกกันอย่างตื่นเต้น

พอมองมาที่ลูกตัวเองได้พิจารณาใบหน้าน่ารักนี้อย่างตั้งใจกว่าครั้งแรก ก็พบว่าแกไม่มีอะไรเหมือนเธอเลย ไม่ว่าจะตา จมูก ปาก แม้กระทั่งใบหูเด็กน้อยยังเหมือนศิลาดล

ทว่าในตอนที่กำลังจะถูกความรู้สึกเศร้าซึมขมขื่นกัดกิน หญิงสาวก็สะบัดหน้าไปมาเพื่อดึงตัวเองออกจากความรู้สึกนั้น

‘ไม่เป็นไร เขาบอกว่าลูกสาวหน้าตาเหมือนแม่จะอาภัพ ถ้าคิดแบบนี้ก็เท่ากับว่าดีแล้วที่ลูกหน้าเหมือนเขา’

หญิงสาวแทนที่ความรู้สึกแย่ ๆ ด้วยการคิดอะไรในแง่ดี และกำลังคิดจะตั้งชื่อจริงลูกสาวว่า ณัฐสุดา ส่วนชื่อเล่นให้ชื่อว่าน้องลูกหมี เพราะเธอคิดว่าแกน่ารักเหมือนตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป